วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พฤติกรรม และการแสดงออกของสุนัข

+พฤติกรรม และการแสดงออกของสุนัข+
พฤติกรรม และการแสดงออกของสุนัข มีวิธีการสังเกตดังต่อไปนี้
1. การมองเห็น ตำแหน่งตาอยู่ค่อนไปทางด้านข้างของหัว ช่วยให้เห็นภาพในมุม
กว้างกว่ามนุษย์ สุนัขจึงตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมองเห็นในที่
มืดได้ดีกว่ามนุษย์เพราะเซลล์บริเวณจอตาซึ่งเป็นที่รวมแสง สุนัขเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิต
กลางคืน มีแสงไฟนิดหน่อยก็มองเห็นได้ สุนัขมองเห็นได้ไม่ไกล คือ ถ้าเกิน
100 เมตร ก็ไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครเป็นใคร สุนัขมองเห็นได้แค่ 2 สี คือ ขาว
กับดำ ไม่ว่ามืดหรือสว่างก็ไม่เห็นสี
2. การดมกลิ่น เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งที่สุนัขใช้กันมาก สุนัขจะกำหนดเขตแดน
ของตนโดยการปัสสาวะบ่อยๆและการเกาหรือขีดข่วนพื้นเพื่อทิ้งกลิ่นเหงื่อจากต่อม
เหงื่อที่อุ้งเท้า นอกจากนี้ สุนัขยังชอบกลิ้งตัวไปตามพื้นเพื่อทิ้งกลิ่นตัวเองไว้
ประมาณว่า เราจองแล้วนะ การใช้จมูกดมตามพื้น หมายถึง การหาที่ขับถ่าย ส่วน
การเอาจมูกแตะกัน หมายถึง การที่สุนัขทำความรู้จักกัน เป็นการหยั่งเชิงซึ่งกัน
และกัน สุนัขสองตัว ไม่เคยพบกันมาก่อน แล้วจู่ๆมาเจอกัน สิ่งแรกที่จะแสดงออก
ถ้าไม่เห่า ก็คือการวิ่งเข้าหากันโดยเอาจมูกมาแตะกัน การเอาจมูกแตะกันอย่างนี้
เป็นพฤติกรรมทดสอบฝ่ายตรงข้ามเบื้องต้นว่ามาอย่างเป็นมิตรหรือศัตรู จากนั้น
จะผลัดกันดม เพื่อเพิ่มความคุ้นเคยและเป็นการจดจำกลิ่นซึ่งกันและกัน ถึงขั้น
ดมกลิ่นนี้ถือว่าสุนัขทั้งสองตัวเรียนรู้ได้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูกัน ถ้าเป็นศัตรูกัน
ก็อาจเดินหนี้
สุนัขทุกชนิดมีความสามารถในการดมกลิ่นแต่บางสายพันธุ์มีประสาทการดม
กลิ่นพัฒนาไปมากกว่าสุนัขทั่วไป เช่น พันธุ์บลัดฮาวน์ด นอกจากใช้จมูกดมกลิ่น
แล้วยังมีเซลล์พิเศษในปากเพื่อรับกลิ่นด้วย สุนัขสามารถจำกลิ่นได้เป็นเวลานาน
และดมกลิ่นเลือดที่หยดลงในน้ำ 7.5 ลิตรได้และสามารถตามรอยเหงื่อจากรอยเท้า
ที่ทิ้งไว้เมื่อ 20 ชั่วโมงได้ สุนัขมีต่อมรับกลิ่นมากกว่ามนุษย์หลายล้านเท่า เช่น
มนุษย์มี 5 ล้านต่อม เยอรมันเชพเพิร์ดมีถึง 2100 ล้านต่อม
3. การได้ยิน โดยทั่วไปสุนัขจะมีประสาทรับเสียงที่ไวมากสามารถได้ยินเสียงคลื่น
ความถี่สูงกว่าที่มนุษย์ได้ยินจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อและการสื่อสาร
กับสุนัขอื่น นอกจากการฝึกสุนัขให้ช่วยนำทางคนตาบอดแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการ
ฝึกสุนัขเพื่อให้ช่วยคนหูหนวก โดยจะฝึกสุนัขให้รับรู้เสียงโทรศัพท์ แล้วบอก
เจ้าของให้มารับข้อความทางโทรศัพท์ผ่านทางคอมพิวเตอร์เป็นตัวอักษร
นักวิทยาศาสตร์ทดลองเอาลูกแก้วเล็กๆยกจากพื้นสูง 3 เซนติเมตร สุนัขยืนห่าง
ออกไป 24 เมตร ก็ยังได้ยิน สุนัขรู้ที่มาของเสียงได้แม่นยำกว่าคน สุนัขจับจังหวะ
เสียงเดินของเจ้าของได้ สุนัขสามารถได้ยินเสียงความถี่ต่ำกว่า 20 Hz และมากกว่า
20,000 Hz ซึ่งเป็นความถี่ที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินได้ สมัยก่อนสุนัขหูตั้ง พอคน
เอามาเลี้ยงหูเลยตกลงมา ทำให้รับเสียงได้ไม่ดี
4. การกินและการรับรส สุนัขไม่สามารถรับรสได้แต่อาศัยดมกลิ่น สุนัขต้องใช้ลิ้น
แตะอาหาร 1 วินาทีเพื่อให้รู้รสอาหาร ฟันน้ำนมของสุนัขจะเกิดเมื่ออายุ 20 วันและ
ขึ้นครบใน 6 สัปดาห์ หลังจากนั้น 3 เดือนก็จะเริ่มหลุดและฟันแท้ก็จะงอกแทน
สุนัขมีฟันน้ำนม 28 ซี่ ฟันแท้ 42 ซี่ สมัยก่อนสุนัขกินเนื้อจึงใช้เขี้ยวมากและยังใช้
เป็นอาวุธได้อีกด้วย
5. การเห่า เป็นพฤติกรรมปกติของสุนัข อาจเป็นการแสดงความตื่นตัวของสุนัข
และบ่งบอกถึงอาณาเขตครอบครองของตัวสุนัขและเป็นการข่มขู่ผู้ที่เข้ามาในเขต
ครอบครองของสุนัข ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นคนหรือสัตว์ การเห่าอาจเป็นอาการแสดง
ความยินดีหรือเป็นการสื่อสารของสุนัขกับสิ่งอื่น หรือเพื่อเชิญชวนให้มาร่วมเล่น
ด้วย หรือเกิดเนื่องจากสุนัขมีความสุข สุนัขจะเห่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์
เมื่อสุนัขอายุได้ 4-6 เดือน จะเริ่มเห่าอย่างมั่นใจ อาจจะเห่าอย่างไม่มีเหตุผลใน
บางครั้ง แต่สำหรับสุนัข ทุกครั้งที่เห่า นั่นแสดงว่า เกิดความแปลกหรือความผิด
ปกติขึ้น เช่น เสียงดังเข้าประสาทหูมัน กลิ่นแปลกๆจากสัตว์อื่น นอกจากนี้ การเห่า
ของสุนัข เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนภัยให้เจ้าของบ้านด้วย
6. การเล่น โดยธรรมชาติสุนัขเป็นสัตว์สังคมและอยู่รวมกันได้ดี เนื่องจากมีการ
จัดลำดับฐานะความสำคัญในกลุ่ม สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนมักจะแสดงกิริยาต้อนรับ
โดยการแกว่งหางและอ้าปากเล็กน้อยเมื่อสมาชิกในครอบครัวกลับเข้าบ้านและมัก
จะส่งเสียงเห่าเบากว่าสุนัขประเภทล่าเนื้อเนื่องจากการเห่าเป็นลักษณะที่ไม่พึง
ปรารถนา
7. การติดต่อสื่อสาร สุนัขป่าจะสื่อสารกันด้วยการหอนซึ่งวิธีนี้ได้ถ่ายทอดและ
พัฒนาขึ้นมากในกลุ่มสุนัขเลี้ยงทางซีกโลกเหนือหรือสุนัขล่าเนื้อที่จะเห่าหอนใน
ขณะตามเหยื่อ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนายพราน การแสดงออกส่วนใหญ่
ใช้หาง สุนัขไม่ชอบให้ใครจับโดนหางหรือหู สุนัขจะใช้หางเมื่อเวลาว่ายน้ำเหมือน
เป็นหางเสือเรือ ใช้หางเพื่อทรงตัวขณะเปลี่ยนทิศทางกระทันหัน สุนัขพันธุ์
บ๊อกเซอร์หรือเทอร์เรียร์จะถูกตัดหางหลังเกิด 4-5 วัน เพื่อให้เหมาสมในการออก
ล่าสัตว์ หางจะแสดงอารมณ์ต่างๆ เช่น กระดิกหาง หมายถึง การแสดงความรักและ
ดีใจ หางตั้งขึ้น หมายถึง การสงสัยอะไรบางอย่าง หางจุกตูด หมายถึง การแสดง
ความกลัวหรือยอมแพ้ เป็นต้น
8. การประกาศอาณาเขต ในสุนัขเพศผู้ การฉี่ทิ้งร่องรอยไว้เป็นสิ่งสำคัญมาก
เป็นการแสดงถึงอาณาเขตที่คุมอยู่ (เจ้าถิ่น) โดยจะยกขาขึ้นฉี่ที่ละเล็กน้อย จะไม่ฉี่
รวดเดียวเสร็จเพียงเพื่อทิ้งร่องรอยไว้เท่านั้น หากมีสุนัขอีกตัวมาดมแล้วก็ฉี่ทับก็
แสดงว่าสุนัขที่ฉี่ทับนั้นประกาศสงครามกับเจ้าของรอยฉี่เดิม แต่ในสุนัขเพศเมีย
แล้วจะฉี่รวดเดียวหมด ไม่ค่อยมีการฉี่ทิ้งร่องรอยแบบในเพศผู้ เว้นแต่ช่วงที่เป็น
สัดอยากผสมพันธุ์ สุนัขเพศเมียจะฉี่ทิ้งร่องรอยเพื่อรอตัวผู้มาให้เลือกคู่ การที่สุนัข
ยกขาข้างหนึ่งเวลาฉี่นั้น เป็นเรื่องที่คนไม่ควรเข้าไปแก้ไขเพราะนั่นคือธรรมชาติ
ของสุนัข
9. การยกขา สุนัขที่ยกขาหน้าขึ้นเป็นการแสดงเมื่อต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เชื่อว่า
พฤติกรรมนี้สืบเนื่องมาจากขณะที่เป็นลูกสุนัขแรกเกิด เนื่องจากเวลาดูดนมจาก
เต้านมของแม่ ลูกจะใช้เท้าพลิกหรือดันหัวนมแม่เป็นจังหวะ เป็นการกระตุ้นให้มี
น้ำนมไหล คือ ยังต้องการจะกินนมแม่อีก เมื่อโตขึ้นจึงมีพฤติกรรมเดิมหลงเหลือมา
แสดงกับคน
10 . การขุดและการกลบ พฤติกรรมการฝังกระดูกเป็นสัญชาติญาณของ
บรรพบุรุษของสุนัขเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญชาติญาณของความอยู่รอดของสัตว์ป่า โดย
การถนอมอาหารเพื่อที่จะเก็บอาหารไว้กินยามขาดแคลน ถึงแม้ว่าสุนัขที่เลี้ยงใน
บ้านไม่ได้ขาดแคลนอาหาร แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทิ้งนิสัยเดิมได้ ไม่เพียงแต่ฝัง
เศษอาหาร สุนัขบางตัวยังฝังของเล่นแล้วจะกลบอย่างประณีต บางตัวสามารถจดจำ
สถานที่ฝังได้อย่างแม่นยำแต่บางตัวก็ลืมสมบัติที่ฝังไว้
สุนัขที่มีนิสัยชอบขุดหรือขีดข่วนบนพื้นแข็งพื้นห้องแสดงถึงความกระตือรือร้น
ที่จะสร้างที่นอนอันสบายให้ตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมนี้สามารถพบเห็นได้จากการที่สุนัข
ชอบไปนอนในตะกร้าและสิ่งแรกที่ทำก็คือการขีดข่วนเพื่อเป็นการจัดที่นอน
พฤติกรรมนี้เมื่อย้อนไปในอดีต เป็นสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอด
11. การเลีย สุนัขจะแสดงความรักต่อเจ้าของได้โดยการเลียหรือที่เราเรียกว่า
"เลียประจบ" สุนัขอาจจะเลียแข้งเลียขาไปจนถึงเลียหน้าเจ้าของ เราถือว่าเป็นการ
เลียเพื่อแสดงความรัก ความเป็นมิตรกัน เป็นสัญชาติญาณจากบรรพบุรุษของสุนัข
ทุกตัวนั่นเอง
12. การกัดและไล่ล่า สุนัขเป็นสัตว์ที่ไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าคนถึง 10 เท่า
การตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสุนัขถูกเลี้ยงดูอย่างไม่
ค่อยเอาใจใส่ดีนัก เช่น ถูกตีบ่อยๆ หรือเจ้าของขังไว้ในกรงบ่อยและนานๆ บางคน
ชอบเตะสุนัข ถ้าหากสุนัขตัวใดเจอสภาวะเหล่านี้บ่อยเข้า ก็จะแสดงอาการต่อต้าน
เจ้าของและต่อต้านบุคคลอื่น สุนัขตัวอื่นหรือสัตว์อื่นๆได้เสมอ ทำให้ควบคุมสุนัข
ได้ยากขึ้น
การเดินเข้าหาสุนัขที่ก้าวร้าวจะต้องเดินเอาข้างของลำตัวเข้าหา ถ้าเอาด้านหน้า
หรือเดินเข้าไปตรงๆ สุนัขจะเข้าใจว่าไปท้าทาย จากนั้นก็เอาแขนยื่นออกไปข้าง
หน้าเพื่อหันความสนใจของสุนัขออกจากตัวและขาของเราด้วย สำหรับสุนัขที่ชอบ
วิ่งไล่คนหรือวิ่งไล่รถจักรยาน หรือคนที่เมื่อเจอสุนัขแล้วชอบวิ่งหนีนั้น เป็นการ
จุดชนวนให้สุนัขวิ่งไล่ขึ้นไปอีก การที่สุนัขวิ่งไล่เรานั้นเพียงแค่อยากจะหยุดเรา
ชั่วครู่เท่านั้น เพราะตามสัญชาติญาณ เมื่อฝ่าเท้าถูกกระตุ้นให้วิ่ง ย่อมหมายถึงว่า
จะต้องมีการล่าเกิดขึ้น แต่จะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

System software

1.ซอฟต์แวร์ระบบ(System  software) แบ่งเป็น 3 ประเภท อะไรบ้าง
     -ระบบปฏิบัติการ
     -โปรเเกรมแปลภาษา
     -โปรแกรมอรรถประโยชน์
2.ระบบปฏิบัติการคือ............?
     ระบบปฏิบัติการ(Operating System :OS)เป็นซอฟต์เเวร์ที่ใช้สำหรับควบคุมเเละประสานงานระหว่างอุป-
กรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ตั้งเเต่ซีพียู หน่วยความจำ ไปจนถึงหน่วนำเข้าเเละส่งออก เรียกว่า
 แพลตฟอร์ม(plaftorm)
3.ระบบปฏิบัติการมีความสำคัญอย่างไร
     - ใช้สำหรับควบคุมเเละประสานงานระหว่างอุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ตั้งเเต่ซีพียู หน่วยความจำ ไปจนถึงหน่วนำเข้าเเละส่งออก และถ้าไม่มีระบบปฏิบัติการเครื่องไม่สามารถทำงานได้
4.ระบบปฏิบัติการมีหน้าที่อย่างไร
     -1.การจองและกำหนดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์
     -2.การจัดตารางงาน
     -3.การติดตามผลของระบบ
     -4.การทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน
     -5.การจัดเเบ่งเวลา
     -6.การประมวลผลหลายชุดพร้อมกัน
5.ตัวอย่างระบบปฏิบัติการท่สำคัญที่ควรรู้จัก  6  ชนิด
     -1.ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์
     -2.ระบบปฏิบัติการแมคอินทอช
     -3.ระบบปฏิบัติการลินุกซ์
     -4.ระบบปฏิการวินโดวส์เวิร์ฟเวอร์
     -5.ระบบปฏิบัติการปาล์ม
     -6.ระบบปฏิบัติการซิมเบียน
6.แอนดรอยด์ (Android) คือ...............?
     แอนดรอยด์ (อังกฤษ: android) เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ เน็ตบุ๊ก ทำงานบนลินุกซ์ เคอร์เนล เริ่มพัฒนาโดยบริษัทแอนดรอยด์ (อังกฤษ: Android Inc.) จากนั้นบริษัทแอนดรอยด์ถูกซื้อโดยกูเกิล และนำแอนดรอยด์ไปพัฒนาต่อ ภายหลังถูกพัฒนาในนามของ Open Handset Alliance[2] ทางกูเกิลได้เปิดให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดต่างๆ ด้วยภาษาจาวา และควบคุมอุปกรณ์ผ่านทางชุด Java libraries ที่กูเกิลพัฒนาขึ้น
7.ios  คืออะไร
iOS เป็น "ระบบปฏิบัติการ" ของ iPhone, iPod touch, iPad และ Apple TV ครับ
ให้พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าบนคอมมีระบบ Windows บน iPhone ก็ต้องมีระบบ iOS

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการ  ( Operating  System : OS)  เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับควบคุมและประสานงานระหว่างอุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด  ตั้งแต่ซีพียู หน่วยความจำ ไปจนถึงหน่วยนำเข้าและส่งออก บางครั้งเรียกรวมๆว่า แพลตฟอร์ม ( platform) คอมพิวเตอร์จะทำงานได้จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยู่ในเครื่องเสียก่อน
 หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ มีดังนี้
1. การจองและกำหนดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์
2.การจัดตารางงาน (scheduling)
3.การติดตามผลของระบบ (monitoring)
4.การทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน (multiprocgramming)
5. การจัดแบ่งเวลา (time sharing)

ซอฟต์เเวร์ระบบ

ซอฟต์เเวร์ระบบ(system software)เป็นโปรแกรมควบคุมและประสานงานการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยซอฟต์ระบบจะเป็นตัวสั่งการหน่วยควบคุมภายในหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เช่น สั่งให้รับข้อมูลจากเเป้นพิมพ์สั่งให้แสดงผลทางลำโพง เป็นต้น
ซอฟต์แวร์ระบบสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
  -ระบบปฏิบัติการ
  -โปรเเกรมแปลภาษา
  -โปรแกรมอรรถประโยชน์
  ที่มา  หนังสือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ออสาร  ม.2
 
คำถาม
  ข้อที่ 1.ซอฟต์แวร์ระบบมีกี่ประเภท
         ก.5 ประเภท
         ข.3 ประเภท
  ข้อที่  2.ซอฟต์แวร์ หมายถึงอะไร
          ก.โปรเเกรมควบคุมและประสานงานการทำงานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ
          ข.อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์
   เฉลย
    ข้อที่ ตอบ ข.3 ประเภท
    ข้อที่ ตอบ ก.โปรแกรมควบคุมและประสานงานการทำงานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ
           

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิธีดูแลสุนัข

วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข วิธีดูแลสุนัขที่ถูกต้อง
คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา:   อาบน้ำสุนัข     |     โรงพยาบาลสัตว์     |     สัตว์เลี้ยง     |     ตัดขนสุนัข


  
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข
         เพื่อให้สุนัขของคุณมีสุขภาพดี และมีความสุข สุนัขจำเป็นที่จะได้รับโภชนาการ ที่ให้ความสมดุลต่อร่างกาย การดูแลรักษาจากสัตวแพทย์โดยสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย และที่สำคัญคือการได้ความรักความเอ็นดูจากเจ้าของ
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข ที่อยู่อาศัย
  • สุนัขที่อยู่นอกบ้านควรจะมีที่กำบังจากแดด ฝน และลมหนาว
  • สุนัขต้องการที่หลับนอนที่อบอุ่น/เย็นสบาย
  • ถ้าจะผูกสุนัขไว้ ควรใช้เชือก/โซ่ยาว โปรดระวังโซ่ หรือเชือกจะพันรอบตัวสุนัข ทำให้ได้รับความเจ็บปวด
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข การให้อาหารและน้ำดื่ม
  • สุนัขต้องการสารอาหารเพื่อสร้างสมดุลร่างกาย ประกอบด้วย โปรตีน และไฟเบอร์อาหารเหลือจากครัวเรือน ย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้างความแข็งแรง และรักษาสุขภาพที่ดีของร่างกายสุนัขได้
  • อาหารที่เป็นเศษกระดูกแหลมคม อาจจะทิ่มลำคอหรือก่อให้เกิดปัญหาในลำไส้ ถ้าสุนัขกลืนเข้าไป
  • น้ำควรจะมีให้สุนัขได้ดื่มกินเสมอในภาชนะที่สะอาด
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข การออกกำลังกาย
  • ไม่ควรผูกสุนัขไว้ตลอดเวลา เพราะสุนัขต้องการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควรให้สุนัขได้มีโอกาสออกเดินในแต่ละวัน หรือเล่นสนุกกับของเล่นหรือลูกบอล ซึ่งจะทำให้สุนัขกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ไม่ซึมเศร้า
  • สุนัขที่ถูกกักไว้มักจะเห่าหอนรบกวนเพื่อนบ้าน
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข อนามัย
  • สุนัขที่ไม่ได้รับการเหลียวแล มักจะเกิด ไร ริ้น หมัด เหา และสัตว์กินเลือดต่าง ๆ รบกวน โปรดปรึกษากับสัตวแพทย์
  • รักษาสุนัขและที่อยู่อาศัยของเขาให้สะอาดเสมอ
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข การฉีดวัคซีน
  • สุนัขมักจะมีความเสี่ยงจากโรคร้ายต่าง ๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุนัข และทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา
  • การฉีดวัคซีนสุนัขจะช่วยป้องกันสุนัขเจ็บป่วยหรือเกิดโรค ซึ่งอาจแพร่ระบาดไปยังสุนัขตัวอื่น ๆ ได้
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข ขยายพันธุ์สุนัข
  • ทุก ๆ ปี สุนัขเป็นจำนวนนับพันนับหมื่นถูกทำลาย เพราะไม่มีที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ
  • สุนัขเพศเมียสามารถให้กำเนิดลูกสุนัขได้ เป็นจำนวนหลาย ๆ ตัวในแต่ละปี ภายในระยะเวลา 6 ปี สุนัขแต่ละคู่สามารถผลิตลูกได้ถึง 67,000 ตัว โดยการให้กำเนิดและเลี้ยงลูก
  • แม่สุนัขจะมีสุขภาพทรุดโทรมลง
  • แม่สุนัขที่ตั้งท้อง ย่อมต้องการอาหารเป็นพิเศษ
  • ลูกสุนัขตามปกติจะกินน้ำนมจากแม่ประมาณ 3 สัปดาห์ แล้วจะเริ่มกินอาหารได้ด้วยตัวเอง
  • แม่สุนัขตามปกติจะดุและหวงลูก ๆใ นช่วงเวลาดังกล่าว จึงควรจัดสถานที่ที่เงียบสงบปราศจากการรบกวนให้แม่สุนัขกับลูก ๆ ได้อยู่
  • เพื่อป้องกันในกรณีที่ไม่ต้องการลูกสุนัข โปรดนำสุนัขของท่านไปตอน/ทำหมัน จากสัตวแพทย์
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข การแปรงและทำความสะอาดขน
  • การแปรงขนเป็นประจำจะทำให้สุนัขสะอาดปราศจากกลิ่นหมักหมมแลดูเรียบร้อย และในขณะเดียวกันจะช่วยตรวจสอบพวกปรสิตได้
  • การแปรงขนจะช่วยให้สุนัขเกิดความเคยชินเป็นนิสัยอีกด้วย
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข การทำหมัน
  • เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์แพทย์สมัยใหม่ทำให้การผ่าตัดปลอดภัย ไม่เจ็บปวด แต่ฟื้นตัวเร็ว
  • โปรดสอบถามกับสัตวแพทย์ว่าเมื่อใดที่เหมาะสมที่จะทำหมันและฉีดยาให้สุนัข
  • สุนัขของท่านไม่จำเป็นที่จะรอให้ถึงระยะมีระดูก่อนทำหมัน
  • การทำหมันตั้งแต่ต้นอายุ 8 สัปดาห์ ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมโดยทั่วไป
  • เมื่อสุนัขตัวเมียได้ทำหมัน ก็จะไม่กลับมาเป็นสัดอีก และจะไม่เป็นที่สนใจของสุนัขตัวผู้
  • การทำหมันสุนัขตัวเมียสามารถช่วยลดความเสี่ยงเนื้องอกในเต้านมสุนัขได้
  • นอกจากนี้ การทำหมันยังช่วยลดอาการดุร้ายและการเตร็ดเตร่ออกนอกบ้าน
วิธีดูแลสุนัข – สุนัข ดูแลสุนัข ปรึกษาสัตวแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
  • โภชนาการสุนัข การฝึกสอนสุนัข
  • การรักษาป้องกันพวกเชื้อโรคปรสิต
  • การทำวัคซีน
  • การตอน/ทำหมัน
  • เรื่องอันเกี่ยวกับสุขภาพสุนัขโดยทั่วไป
     ที่มา   http://brightlives.th.88db.com/pets/pets_handle.htm

     
 ที่อยู่ที่นอน

สุนัขควรมีที่อยู่ที่นอนเป็นที่เป็นทางแลเป็นสัดเป็นส่วน อาจจะใช้ผ้าเก่า ๆ หรือเศษผ้านุ่ม ๆ หลายๆชั้น
ทำเป็นที่นอนขนาดเล็กใหญ่แล้วแต่ความเหมาะสม ส่วนการรรจะเลี้ยงดูสุนัขกกกไว้ในบ้านหรือไม่นั้นคงแล้วแต่
ความพร้อมของสมาชิกในครอบครัว ส่วนใหญ่แล้วหากมันยังเล็กอยู่ก็นิยมเลี้ยงไว่ในบ้านเพื่อคอยดูแล
และทำให้มันสนิทสนมกับคนในบ้านได้ง่าย แต่ต้องคอยดูแลเรื่องการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง
หากมีบริเวณบ้านมากพอ ควรเลี้ยงไว้นออกบ้าน โดยสร้างกรงที่ขมีขมันความแข็งแรง กว้างขวางตามขนาดของสุนัข
ควรมีมุ้งกางให้สุนัขด้วย มีหลังคากันแดดกันฝนได้ และมีฝากันลมในทิศทางที่ถูกต้อง บริเวณที่ตั้งกรงควรเลือกเอา
ที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น เวลากลางวันต้องมีแสงแดดส่องผ่านเข้าได้บ้างเพื่อฆ่าเชื้อโรค
และให้กรงแห้งพื้นกรงควรจะสะดวกในการทำความสะอาด ไม่เป็นที่หมักหมดของสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ
มีที่ระบายของเสียได้สะดวก

                            
 การตัดหาง

สุนัขบางพันธุ์นิยมตัดหาง ให้เหลือความยาวตามลักษณะในพันธุ์นั้นนิยม ซึ่งก็ควรตัดในขณะที่ยังมีอายยังน้อย ๆ อยู่
เพื่อที่จะไม่มีเลือดออกมามาก สุนัขไม่เจ็บปวด แผลหายเร็วและทำได้ง่ายโดยไม่ต้องวางยาสลบ ฉะนั้นสุนัขพันธุ์
ที่ต้องตัดหางหลังคลอดควรนำลูกสุนัขไปทำการตัดหางภาายในหนึ่งสัปดาห์หากจะตัดหางเอง
ต้องทำในระยะไม่เกิน 7 วันลังคลอด โดยการบูรป่าลิบขนบริเวณหางที่ต้องการตัดออกให้ถึงผิวหนัง
แล้วทำความสะอาดด้วยการใช้แอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ไอโอดีน ทาให้ทั่ว ต่อจากนั้นก็รูดผิวหนังขึ้นมาทางโคนหาง
แล้วใช้เชือกหรือยางรัดไว้ให้แน่นตรงข้อที่ 2 ของกระดูกโคนหาง ใช้กรรไกรที่ฆ่าเชื้อแล้วตัดตรงระหว่างข้อ
ของกระดูกที่จะตัด แล้วแต้มด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน ทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง จึงค่อยเอาเชือกหรือยางรัดออก
ปล่อยให้แผลหาย โดยมากผิวหนังของหางที่รูดขึ้นไปก็จะรูดลงมาเอง หรืออาจจะเย็บปิดก็ได้ถ้าต้องการ

                            
 การตัดหู
สุนัขบางพันธุ์นิยมตัดหู เช่น บ็อกเซอร์, โดเบอร์แมน, มินิเจอร์ พินเซอร์ และเกรท เดน ซึ่งก็ควรทำการตัดหู
เมื่อลูกสุนัขอายุระหว่าง 12-14 สัปดาห์ เพราะขนาดโตพอที่จะทำการผาตัดได้ง่าย ทนต่อการวางยาสลบ
หลังจากตัดแล้วหมอจะต้องดามหูไว้จนกว่าหูจะตั้งตรงตามต้องการ ซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ระหว่างนี้เจ้าของจะต้องคอยดูและอยู่ให้สุนัขเกาแผลจนไไหมที่เย็บหลุด หรือแผลสกปรก เพราะจะทำให้รูปทรงของหูไม่เป็นไปตามต้องการ

                             
 การอาบน้ำ

สุนัขก็เหมือนคนที่จะต้องดูแลรักษาความสะอาดและตกแต่งให้ดูสวย น่ารักอยู่เสมอ เนื่องมาจากมันไม่สามารถจะทำความสะอาดและเสริมสวยให้ กับตนเองได้ ผู้เลี้ยงจึงจะต้องทำหน้าที่ สนใจในตัวของมันเสมือนหนึ่งเป็นตัวของมันเองเลยทีเดียว
การอาบน้ำต้องใช้แชมพู และสบู่ควบคู่ไปด้วย ควรเลือกซื้อแชมพูหรือไม่ก็สบู่ที่ผลิตขึ้น
สำหรับใช้กับสุนัขเท่านั้น อย่านำแชมพูหรือสบู่ของคนมาใช้กับสุนัขโดยเด็ดขาด เพราะผิวหนังของสุนัขบางชนิดบอบบางมาก หากอาบน้ำด้วยแชมพูหรือสบู่ของคน จะทำให้มีปัญหาเรื่องขนแห้ง หยาบ และมีสะเก็ดรังแคขึ้นบนผิวหนัง บางตัวเป็นหนักถึงอาจจะขนร่วงไปเลยก็มี
         ปัจจุบันแชมพูสุนัขมีให้เลือกหลายสูตร มีทั้งแบบผสมครีมในตัว ประเภททูอินวัน หรือทรีอินวัน ชนิดที่มีสารฆ่าเห็บ ฆ่าหมัด เยอะแยะมากมายไปหมด ก่อนซื้อควรอ่านดูฉลากข้างขวดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณ
สมบัติอะไรบ้าง บรรจุเท่าใด หมดอายุวันไหน แล้วจึงเลือกซื้อมาใช้ให้ถูกกับลูกสุนัขของเรา
     
         :: วิธีอาบน้ำให้สุนัข :: 

อุปกรณ์ต้องเตรียม คือ แชมพูสำหรับสุนัข ผ้าเช็ดตัว อ่างน้ำ หรือสายยาง ที่ต่อจากก๊อกน้ำ เครื่องเป่าผม

ขั้นตอนการอาบน้ำให้สุนัขทำได้ดังนี้ คือ

wash1
 จับสุนัขให้อยู่ในอ่างนิ่งๆ โดยการจับที่ปลอกคอ เป็นไปได้ควรอุดหู
ทั้งสองข้าง ของสุนัขด้วยสำลีเพื่อป้องกันมิให้น้ำเข้าหู แล้วจึงค่อยเทน้ำลง
บนตัวสุนัขให้ทั่วทั้งตัว



ใช้แชมพูสุนัขเทลงบนตัวสุนัข แล้วจึงใช้มือถูนวดแชมพูให้ทั่วใน
ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยังจับปลอกคอสุนัขอยู่เพื่อจะให้มันอยู่นิ่งๆ




ล้างแชมพูที่ส่วนหัวของลูกสุนัขก่อน จากนั้นจึงล้างแชมพูที่ลำตัวให้
สะอาด แล้วใช้ผ้าเช็ดให้แห้งทั้งตัว





เอาสำลีที่อุดหูออก แล้วเป่าขนให้แห้ง พร้อมกับแปรงขนให้ได้รูป
ทรงตามที่ต้องการ




                            
 การแปรงและหวีขน
สุนัขทุกพันธุ์ต้องการแปรงขนเหมือนกัน ไม่จำเป็นว่าสุนัขตัวนั้นจะ ต้องมีขนยาวเพียงเท่านั้น การแปรงหวีขน ของสุนัขบ่อยๆ นอกจากจะ ทำ ให้ขนสวย ขนไม่พันกันแล้ว ยังจะเป็นการทำความสะอาดตัวของสุนัขได้
เพราะเวลาเราแปรงขน สิ่งสกปรกจะถูกกำจัดออกมารวมทั้งบรรดาขนเก่า ที่หลุดออกมา นอกจากนั้นผิวหนังที่ได้รับการ กระตุ้นจากการ หวีหรือแปรงก็จะขับน้ำมันมาเคลือบขนสุนัขทำให้ขนนุ่ม และเป็นเงางาม โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมมาให้มันกินให้สิ้นเปลืองเปล่า ๆ
ควรฝึกหวี และแปรงขนสุนัขแต่เล็ก ๆ เพื่อจะได้เคยชินและยอมให้เรา เสริมสวยแต่โดยดี

                         

แปรงด้วยแปรงขนอ่อน              ลูบไล้ด้วยฟองน้ำ                   แปรงด้วยหวีซี่ห่าง

           

      ตัดขนด้วยกรรมไกร                 ขจัดเห็บหมัด            สุนัขไม่ชอบหากคุณแปรงขนย้อนทาง

   
       เทคนิคการหวีและแปรงขนสุนัข
การแปรงขนสุนัขทุกวันจะทำให้สุนัขมีสุขภาพดี ขนเป็นเงางาม ไม่มีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ ในขนสุนัข พันธุ์ขนยาว เช่น อาฟกัน ฮาวด์ ชิสุ ควรหวี ทุกวัน ส่วนสุนัขพันธุ์ขนสั้น เช่น บลูด็อก เกรดเดน แปรงขนเพียง
2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ก็พอ ส่วนสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลต้องใช้การตัดแต่งขน จะหวีให้ตรงแบบสุนัขพันธุ์อื่นไม่ได้
       
:: การหวีขนสุนัขพันธุ์ขนสั้น
อุปกรณ์ที่ใช้มีแปรงบิสเทิล แปรงหวีสลิดเกอร์ หวีตรง ขั้นตอนการหวี มีดังนี้
     - ใช้หวีแปรงสลิดเกอร์หวีก่อน เพื่อจำกัดเอาขนที่พันออกไม่ให้เกิดก้อน สังกะตัง ออกแรงหวีเพียง             เบาๆนุ่มๆ หวียาวๆ จากคอถึงลำตัวทำเช่นนี้ทั่วตัว
     - ใช้หวีบิสเทิลแปรง เพื่อเอาขนที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากขนของสุนัขทั้งตัว
     - ใช้หวีตรง หวีบริเวณที่ยาว เช่น ส่วนของหาง เท้า ขา ถ้าพบว่าขนพันกันให้ใช้กรรไกรตัดออก         สุนัขจะได้ไม่เจ็บ

:: การหวีขนสุนัขที่สั้นเกรียน
อุปกรณ์ที่ใช้มี แปรงรับเบอร์ หนังชามัวร์ แปรงบิสเทิล
     - ใช้แปรงรับเบอร์ เพื่อแปรงย้อนขนสุนัขจะทำให้ขนตาย และสะเก็ด ผิวหนัง สิ่งสกปรกหลุดออกโดยง่าย
     - ใช้แปรงบิสเทิล แปรงขนตัวสุนัขอีกครั้งให้ทั่วทั้งตัว เพื่อเอาขนที่ตายและสะเก็ดออก
     - เช็คขนสุนัขด้วยหนังชามัวร์ เพื่อให้ขนเป็นมันเงางาม

:: การหวีขนสุนัขที่ขนตรงยาว
อุปกรณ์ที่ใช้มีแปรงสลิดเกอร์ แปรงบิสเทิล หวีตรง กรรไกร
     - ใช้แปรงสลิดเกอร์หวีขนก่อน เพื่อทำให้ขนที่พันกันอยู่คลายตัวออก
     - ใช้แปรงบิสเทิลหวีตามอีกครั้ง เพื่อทำให้ขนมันเงา และหวีง่ายขี้นไปอีก
     - ใช้หวีตรง หวีจัดให้ขนของสุนัขตกลงไปข้างลำตัว ด้านซ้ายและด้านขวาตามแนวขน
     - ใช้กรรไกรตัดแต่งบริเวณเท้าและหู เพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดูสวยงาม

                            
 การดูแลหู

หูมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง สุนัขที่มีหูปกติจะต้องมีสีชมพูเรื่อๆ สะอาด ไม่มีกลิ่นผิดปกติ หูควรสะอาดไม่มีขี้หูมากจนเกินไป ไม่มีเห็บ หรือหมัด ไม่เป็นแผล หนอง สุนัขบางพันธุ์รวมทั้งพวกพุดเดิ้ล มักมีขนขึ้นที่บริเวณช่องหู ขนเหล่านี้จะเป็นตัวเพาะเชื้อโรค และหมักหมมส่งสกปรกทั้งหลายได้เป็นอย่างดี พวกหูยานก็เก็บสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ง่ายจึงต้องหมั่นเอาใจใส่เช็ดถูสิ่งสกปรกในช่องหูออกให้หมด พวกหูตั้งนี้รักษาง่าย เพราะช่องหูสามารถถ่ายเทกับอากาศภายนอกได้โดยธรรมชาติ ฉะนั้นสิ่งสกปรกต่าง ๆ จึงไม่สามารถหมักหมมจนเกิดโรคได้มากนัก ถ้าหูสุนัขสกปรกมากก็ควรใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆ เช็ดบริเวณใบหูและรูหูส่วนนอก ๆ เป็นประจำทางที่ดีหลังการอาบน้ำ เพราะสามารถตรวจสอบว่ามีน้ำหลงเหลือเข้าไปในรูหูหรือไม่ ถ้ามีจะได้เช็ดออกให้แห้ง เป็นการป้องกันหูอักเสบได้ด้วย แต่อย่าได้พยายามทำความสะอาดลึกเข้าไปในรูหูเป็นอันขาด บริเวณอ่อนไหวดังกล่าวควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์

                            
 การดูแลตา

ตาของสุนัขที่มีสุขภาพดีจะมีแววตาแจ่มใส ไม่ขุ่นมัวหรือมีสีแดง หรือมีขี้ตา รวมทั้งน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เสมอก็แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติเข้าตา ถ้าเป็นโรคตาอักเสบธรรมดาเพราะผงเข้าตา ก็ควรใช้น้ำยาล้างตา 4-5 หยด ใส่เพื่อให้สิ่งสกปรกออกก่อน แล้วใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดเบา ๆ รอบ ๆ ขอบตาออกได้ ถ้าเป็นมากกว่านี้ควรจะนำไปพบสัตวแพทย์สุนัขบางพันธุ์ เช่น พวกพุดเดิ้ล มักมีรอยด่างสีน้ำตาลที่ขนใต้ตาเสมอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะขนบริเวณนั้นเปียกแฉะเนื่องจากหยาดน้ำตาของสุนัข คราบน้ำตานี้จะติดแน่นที่หัวตาย้อยลงมา การกำจัดรอยด่างนี้ทำได้โดยการหมั่นเช็ดถูให้บ่อยๆครั้งทุกวัน เพื่อให้ขนที่ติดคราบน้ำตานี้ค่อย ๆหลุดร่วงหมดไปสุนัขบางตัวตาแฉะ อาจจะเป็นเพราะขนตาขึ้นผิดปกติ แยงเข้าไปในลูกตา การรักษาอาการนี้ควรเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์

                            
 การดูแลฟัน

โดยปกติแล้วสุนัขฟันผุได้ยากมาก แต่ที่เห็นบ่อยคือ เหงือกอักเสบ เกิดจากฟันสุนัขไม่สะอาด ขี้ฟันหมักหมมจนจับเป็นคราบสีเหลืองเกาะติดที่ผิวฟัน คือ หินปูนนั่นเอง บางทีหินปูนมีมากและลุกลามไปจนถึงเงือก ทำให้เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก จนกระทั่งฟันหลุดไปในที่สุดวิธีป้องกันการจับตัวของหินปูน ควรให้สุนัขกินอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเม็ดแห้ง หรือให้แทะกระดูกเสียบ้างเพื่อขัดฟัน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ควรให้สัตวแพทย์ตรวจฟันทุกปี สุนัขบางพันธุ์ก็มีการจัดเรียงตัวของฟันที่แย่มาก มีเหงือกเป็นหนองและฟันหลุดเสมอการให้แทะกระดูกไม่อาจช่วยได้เลย พวกนี้ต้องตรวจฟัน และทำความสะอาดเสมอโดยสัตวแพทย์

                            
 การดูแลเล็บ

เล็บสุนัขจะงอกจิกลงดิน มันจะสึกไปเองโดยธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นสุนัขที่เลี้ยงบนพื้นไม้หรือพื้นซีเมนต์ มักจะพบปัญหาเล็บไม่สึก มีเล็บยาวเร็วกว่าปกติทำให้เดินไม่สะดวก และเมื่อทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้นิ้วคด หรือแยกห่างออกจากกัน บางทีก็ถอนหรือฉีกแตกจนเกิดหนองได้ จะทำให้สุนัขเจ็บปวดมากเวลาเดิน ฉะนั้นจึงต้องหมั่นตรวจดูแลตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอการตัดเล็บสุนัขควรใช้กรรไกรสำหรับการตัดโดยเฉพาะ จะทำได้โดยง่ายและปลอดภัย ได้รอยตัดที่กลมโค้ง การตัดควรตัดที่ปลายเพียงเล็กน้อย ระวังอย่าตัดให้ถูกปลายประสาทสีชมพูในเล๋บได้สุนัขที่มีเล็บดำไม่สามารถมองเห็นปลายประสาทนี้ได้ ฉะนั้นตัดเล็บจึงทำได้แค่คลิบปลายเพียงเล็กน้อย หรือตัดตรงตำแหน่งต่ำจากบริเวณที่มีเลือดมาเลี้ยงสัก 3มิลลิเมตร การตัดเล็บควรทำทุกเดือน โดยหลังการอาบน้ำ เพราะเล็บที่เปียกน้ำจะอ่อนตัดง่ายกว่าธรรมดา

                            
ที่มา   http://members.tripod.com/dog_kingdom/take_care.htm 

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัด นครศรีธรรมราช

1. พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช

2.วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

3.พระตำหนักเมืองนคร

4.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม